Categories
สาระน่ารู้

9 วิธีเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองครบ 4 ทักษะ ฝึกภาษาอังกฤษตามนี้ก็เก่งเวอร์แล้ว!

เรียนภาษาอังกฤษนานไหมกว่าจะเก่งได้ ควรจะเริ่มเรียนยังไงดี ครับ…วันนี้จะมานำเสนอการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง จากหลากหลายวิธีเพื่อเป็นการฝึกให้ครบ 4 ทักษะทั้ง ฟัง พูด อ่าน และเขียนนะครับ กล้ารับประกันได้เลยว่าเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง การฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองก็เก่งได้ ไม่แพ้การเข้าคอร์สเรียนตามสำนักต่างๆครับ

เรียนภาษาอังกฤษ

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจธรรมชาติของภาษา และการเรียนรู้ภาษาของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือว่าภาษาไหนๆก็ตามว่า.. ธรรมชาติของภาษาคือ ถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมภาษาใดตั้งแต่เกิด เราก็จะซึมซับ และเกิดเรียนรู้ภาษานั้นๆไปโดยธรรมชาติแบบไม่รู้ตัว ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้าใจ และสื่อสารเป็นภาษานั้นๆได้อัตโนมัติ

และจะสังเกตุได้ว่า เด็กๆจะเริ่มเรียนภาษาโดยการฟังก่อน ฟังมากๆ แล้วหัดออกเสียงตามเป็นคำๆ ต่อมาค่อยเป็นประโยคยาวๆ แล้วค่อยตามมาด้วยการหัดอ่าน และการหัดเขียนในที่สุด นี่คือการเรียนที่ครบทั้ง 4 ทักษะในการเรียนรู้ภาษาของคนเรา

แต่เนื่องจากว่าเราไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมของภาษาอังกฤษตั้งแต่เกิด ดังนั้นเราจะมาเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อเลียนแบบวิธีธรรมชาติกันนะครับ รับรองว่าเก่งได้เหมือนกัน ส่วนสำเนียงไม่คล้ายก็ไม่เป็นไร สื่อสารแล้วรู้เรื่องก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการสื่อสารแล้ว

9 วิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนกลิ้งภูเขาขึ้นครกหรอกครับ (อันนี้ยากกว่ากลิงครกขึ้นภูเขา) แต่เหตุที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากผู้เรียนคิดว่ามันยาก คำว่ายากเลยดูเป็นเรื่องหินไปเลย และทำให้ดูเหมือนว่าภาษาอังกฤษมันยากเกินไป ซึงจริงๆมันไม่ได้ยากถึงขนาดนั้น แต่การเรียนภาษามันต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเริ่มเห็นผล

เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ไปดูวิธีการฝึกภาษาอังกฤษให้ครบทั้งสี่ทักษะ ทั้ง ฟัง พูด อ่าน และเขียนกันเลยละกัน

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว

1. เรียนภาษาอังกฤษด้วยการฟังเสียงจากหนัง ฟังเพลง ฟังข่าว

การฟังเสียงจากหนัง ก็คือดูหนังนั่นแหละ การฟังเพลง และการฟังข่าว เป็นการฝึกทักษะการฟังแบบเต็มๆเลย และต้องฟังเยอะๆด้วยนะ ถามว่าทำไมต้องฟัง คำตอบก็คือ เพื่อให้หูของเราคุ้นกับสำเนียงของเจ้าของภาษา จะได้ฟังออกว่าเขาพูดว่าอะไรนั่นเอง จะให้ดีต้องฟังจากหลายๆสำเนียง เช่น อังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลย อินเดีย แอฟริกาใต้ เป็นต้น

อันนี้เป็นความจริงอย่างหนึ่งที่ว่า บางทีเราฟังเขาไม่ออกว่าเขาพูดว่าอะไร แต่พอเห็นสคริปต์เท่านั้นแหละ อ๋อเลย เขาออกเสียงว่าอย่างนี้เองเหรอไอคำเนี้ย


2.การฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการร้องเพลง

ข้อนี้จะเป็นการทักษะการพูดแบบเต็มๆเหมือนกัน วิธีการก็คือต่อเนื่องมาจากการฟังนั่นเอง  การร้องเพลงภาษาอังกฤษจะช่วยในเรื่องของการหัดออกเสียง ในแบบเพลินๆโดยที่เราไม่รู้ตัวว่านั่นคือการหัดพูดภาษาอังกฤษ แต่ในเรื่องของการเรียนภาษาอังกฤษจากเพลง บางเพลงจะเป็นสำนวนเพลงที่ไม่มีใครเอามาใช้พูดในชีวิตประจำวันก็มี บางเพลงก็เป็นภาษาที่ไม่สุภาพ ซึ่งต้องระวังนิดหนึ่ง แต่การร้องเพลงจะช่วยในเรื่องของการออกเสียง โดยเฉพาะการเชื่อมเสียงระหว่างคำ อันนี้ดีนักแล

3. การฝึกพูดภาษาอังกฤษตามหนัง บทสนทนา ข่าว

การพูดตามบทสนทนา (dialog) หรือหนัง ถ้าจะให้ดีให้ตัดเป็นท่อนสั้นๆ เช่นถ้าบทสนทนาก็เอาสี่บรรทัด เสต็ปที่หนึ่งฟังก่อนว่าเขาพูดว่าอย่างไร โดยยังไม่ต้องดูสคริปต์  ให้เขาพูดจบประโยคเราก็หยุดไว้ชั่วคราว แล้วพูดตาม แล้วค่อยๆฝึกจนเราสามารถพูดได้พร้อมกันกับบทสนทนา อันนี้จะเป็นการช่วยในเรื่องของการหัดพูดโต้ตอบ หรือการพูดในชีวิตประจำวัน เพราะบทสนทามันก็คือภาษาอังกฤษในชีวิตประวันนั่นเอง แต่ให้เลือกในระดับที่เหมาะกับเรา

ส่วนการพูดตามหนัง และข่าว แนะนำให้ฝึกพูดตาม ที่เขาเรียกกันว่า Shadowing Technique นั่นคือ เขาพูดอะไรมา มีสีหน้าที่ทางเป็นอย่างไร สำเนียงแบบไหน ให้เราให้ทำตามให้ครบเลย พูดง่ายก็คือ การก็อบปี้นั่นเอง ลองดูตัวอย่างจากวีดีโอนะครับ เริ่มจากนาทีที่ 2:25

4. การฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากบทอ่าน นิทาน บทความ แมกกาซีน etc.

การฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากบทอ่านสำหรับเด็ก หรือนิทานเด็กๆ ขอแนะนำว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ยังไม่เก่งในเรื่องโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ เพราะบทอ่านหรือนิทานเหล่านี้ไม่ได้ใช้โครงสร้างทางภาษาที่ซับซ้อน จะเป็นประโยค ประธาน กริยา กรรม ทำมะด๊า ทำมะดา คำไหนแปลไม่ออกก็อาศัยเปิดดิกชันนารีหน่อยก็ได้แล้ว

ถ้าเริ่มปีกกล้าขาแข็งก็ค่อยขยับขึ้นไปอ่านพวกบทความ แม็กกาซีน ข่าว ที่มีโครงสร้างทางภาษาที่ซับซ้อนกว่า และใช้คำซับที่ยากถึงยากมากๆ ขึ้นหรือกับเนื้อหาของสาขาวิชา ซึ่งจะมีพวก Technical Terms (ศัพท์เทคนิค) เข้ามาเสริมในประโยค ซึ่งผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงอ่านแล้วงงๆกับคำศัพท์ว่ามันแปลว่าอะไรกันแน่

5. การฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากหนังสือ Graded Readers

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Graded Readers คือหนังสือที่เขาแบ่งออกความยากง่ายออกเป็นระดับ มีตั้งแต่ระดับ beginner จน advance นั่นแหละ  เช่น ระดับเบื้องต้น มีคำศัพท์ในแวดวง 150 คำ เหมาะกับระดับเบสิก เป็นต้น ถ้าเราลองหยิบดูหนังสือประเภทนี้ แล้วปรากฏว่ามันยากมาก อ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลย ก็ให้เราลดระดับลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่พออ่านรู้เรื่อง แปลไม่ออกเลยสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ ก็ค่อยพึ่งดิกชันนารีเป็นตัวช่วยต่อไป

ุ6. การฝึกเขียนไดอารี่ภาษาอังกฤษ

การเขียนไดอารี่ภาษาอังกฤษ เป็นอะไรที่ง๊ายง่าย เขียนเอง ตรวจเอง ไม่ต้องส่งคุณครู ผิดๆถูกๆในเบื้องต้น แต่หลังจากเขียนได้สักพักเราก็จะเริ่มชิน เพราะกิจวัตรบางอย่างของเรามันก็เดิมๆ ดังนี้มันก็คือประโยคเดิมๆนั่นแหละ

การเขียนได้อารี่เป็นการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง อีกแนวทางหนึ่งในการดึงเอาภาษาที่เรามีมาใช้ ผ่านการเขียน ซึ่งถ้าเราสามารถเขียนได้ มันก็แน่นอนว่าเราก็สามารถพูดได้ในสิ่งที่เราเขียน เพราะมันออกมาจากความรู้สึกนึกคิดของเรา แต่การเขียนในเบื้องต้น แนะนำว่าให้ลองเช็คประโยคที่เราเขียนกับกูเกิ้ลนะครับ ว่ามีคนเขาเขียนเหมือนเราไหม ถ้าค้นแล้วของเรามันไม่เหมือนใครเลย มันหมายถึงเราอาจจะเขียนผิดก็ได้

ุ7. การฝึกเขียนโต้ตอบ หรือถามบนโลกออนไลน์

บนโลกออนไลน์เป็นแหล่งที่เราสามารถพูดคุยกับคนอื่นๆได้ สามารถถามปัญหากับคนอื่นๆได้ สามารถขอคำแนะได้ อย่าง youtube กับ facebook เนี่ย ถ้าเป็นคลิปภาษาอังกฤษ หรือ post ภาษาอังกฤษ แน่นอนว่าคอมเมนต์มันก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน เราลองไปดูสิว่าเขาเขียนติชมกันอย่างไร คำไหนเป็นคำชม คำไหนเขาตำหนิ เราก็เรียนรู้จากคอมเมนต์นั้นๆได้

และจะมีบอร์ดพูดคุยบนโลกออนไลน์ ถามตอบภาษาอังกฤษก็มี ถ้าเป็น pantip ก็จะอยู่ในหมวดภาษาอังกฤษ ถ้าเราถามอะไรที่มันไม่หนักหนาสาหัสนัก ก็จะมีคนตอบคำถาม หรือให้ความช่วยเหลือเรา

แต่ถ้าเราเก่งภาษาหน่อยหนึ่งก็เข้าบอร์ดที่เป็นภาษาอังกฤษไปเลย แค่พิมพ์คำว่า Learn English Forum ก็จะมีหลายเว็บที่ เราสามารถที่จะพูดคุยกับเขาได้ ซึ่งเป็นวิธีเรียนภาษาอังกฤษอีกวิธีที่ค่อนข้างดีเลย บางเว็บถ้าเราใช้ภาษาไม่ถูกต้อง แอดมินเขาก็จะแก้เป็นคำพูดที่ถูกต้องให้ จะทำให้เรารู้ว่าเราผิดตรงไหน

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

8. เรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษวันละ 5-10 คำ

การเรียนรู้คำศัพท์ ถือว่าเป็นการเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานด้วยตนเองที่ยอดเยี่ยมอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยเพิ่มพูนภาษาให้เก่งขึ้นไปเรื่อยๆแบบไร้ขีดจำกัด เป็นวิธีเก่งภาษาอังกฤษที่ง่ายสุด แต่เทพสุดๆเช่นกัน

แต่การเรียนคำศัพท์วันละ 5 คำไม่ใช่แบบนี้นะครับ

cat, dog, pig, cow, bird, tiger

อันนี้เป็นการเรียนแบบคำๆ ซึ่งไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่หรอก วิธีการก็คือ ให้เขียนเป็นคำๆ แล้วมีประโยคตัวอย่างด้วย เช่น

  • cat
    –  I have a cat.
  • dog
    – My dog is white.

ให้เขียนคำศัพท์บรรทัดบน เขียนประโยคบรรทัดล่าง พอเขียนเสร็จแล้วก็ให้ปิดประโยคไว้ ดูแค่คำศัพท์พอ แต่ให้อ่านประโยคที่ปิดไว้ด้วย แบบนี้เราก็จะได้ฝึกทักษะทั้งการอ่าน การเขียน และการพูดไปด้วย เกือบครบทั้งสี่ทักษะเลย

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราก็จะค่อยๆเก่งแบบไม่รู้ตัว ถ้าไมรู้ว่าจะเขียนว่าอย่างไรก็หาประโยคจาก google ก็ได้ มีเยอะแยะ

9. เรียนหลักแกรมม่าพื้นฐาน ปูพื้นฐานเพื่อการอ่านภาษาอังกฤษ

เรื่องหลักแกรมม่า หรือไวยากรณ์เป็นสิ่งที่เราเว้นไม่ได้เลยถ้าเราอยากจะเก่งอังกฤษ เพราะเราจะไม่เข้าใจประโยคที่ซับซ้อนได้ ถ้าเราไม่เข้าใจหลักภาษาของเขา เช่น

I am walking.

เราแปลได้ว่ามันคือ ฉันกำลังเดิน เพราะเรารู้จักหน้าตาโครงสร้างประโยคนี้ แต่ถ้าไปเจอประโยคที่ซับซ้อนกว่านี้เราก็จะลำบากในการอ่านบทความ หรือเนื้อหาภาษาอังกฤษ

แล้วเราจะเรียนแกรมม่าอะไรบ้าง หลักๆเลย พยายามทำความเข้าใจเรื่อง Tense ให้ได้ เพราะมันคือโครงสร้างประโยคหลักๆในภาษาอังกฤษ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นแค่ส่วนแยกย่อยออกไป

แกรมม่าภาษาอังกฤษ

เป็นอย่างไรก็บ้างครับสำหรับวิธีการเรียนอังกฤษ การฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง วิธีต่างๆที่นำเสนอเป็นวิธีที่ผู้เขียนได้ทำมานะครับ และเห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยอยากแนะนำให้ผู้ที่อยากเก่งภาษาได้นำไปใช้ แต่จงจำไว้อย่างหนึ่งว่ากรุงโรมไม่ได้สร้างให้เสร็จในวันเดียวฉันใด การเรียนอังกฤษเพื่อจะให้เก่งอัฉริยะในระยะเวลาอันสั้นย่อมเป็นไปได้ยากฉันนั้น

แต่เมื่อใดที่เราเริ่มก้าวแรก ระยะทางหมึ่นลี้ก็ไม่ใช่หนทางที่ยาวไกลเกินกว่าจะไปถึง ถ้าอยากเก่งจริงๆต้องขยัน ฝึก และ ฝึกเท่านั้น

Practice Makes Perfect!

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

คําคมภาษาอังกฤษความหมายดีๆ สั้นๆ พร้อมคำแปลไทย ความหมายซึ้งๆโดนใจทุกคน

คําคมภาษาอังกฤษความหมายดีๆ พร้อมคำแปลไทย เพื่อให้ทุกคนได้รู้ความหมาย รวมคำคมสั้นๆ จากนักพูด หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นที่รุ้จักกันโดยทั่วไป

คำคมภาษาอังกฤษ : English Quote is a phrase or short piece of writing taken from a longer work of literature, poetry, etc. or what someone else has said: *

จากคำนิยามด้านบน คำคมหมายถึง วลี หรือข้อเขียนสั้นๆที่นำมาจากงานเขียนวรรณกรรม หรือบทกลอนที่เป็นเรื่องราวยาวๆ หรือจะเป็นคำพูดของคนอื่นๆก็ได้

คำคม คือ ถ้อยคำที่หลักแหลมชวนให้คิด  หรือถ้อยคำหรือข้อความที่มีความหมายอยู่ในตัวด้วยการกล่าวซ้ำคำ บางคำในข้อความนั้นๆ ให้มีความหมายเกี่ยวพันกับเนื้อความเดิม  คำคมที่ดีต้องแสดงถึงการใช้ความคิด  หรือแสดงให้เกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านเกิด ความลึกซึ้งเมื่อได้อ่าน **

คำคมภาษาอังกฤษ

คําคมภาษาอังกฤษความหมายดีๆ

ถ้าจะกล่าวถึงคําคม ภาษาอังกฤษเองก็มีไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลที่มีอิธพลทางความคิดส่วนหนึ่งจะเป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจที่จะมีคำคำมากมายจะมาในรูปแบบภาษาอังกฤษ

ณ ที่นี้จะพยายามรวบรวมคำคมภาษาอังกฤษที่เป็นว่าเป็นประโยชน์ในแง่ของการดำรงชีวิต และการเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว เพราะคำคม เปรียบเสมือนตัวจุดประกายความคิดให้กับคนเรา ซึ่งเป็นเพียงคำพูดไม่กี่คำ แต่อาจพลิกผันชีวิตของเราทั้งชีวิตก็เป็นได้

คำคำที่น่าสนใจจะเป็นคำคมชีวิต คําคมความรัก คำคมการให้กำลังใจ คำคมชีวิตและการเดินทาง คำคมอกหัก เป็นต้น คำคมต่างๆอาจไม่ได้มารูปแบบของข้อความธรรมดาทั่วไป แต่อาจมาในรูปกลอนภาษาอังกฤษก็ได้

รวมคำคมภาษาอังกฤษสั้นๆ

มาเรียนรู้ภาษาอังกฤาผ่านคำคมสั้นๆ แต่มีความหมายดีๆ ให้แง่คิดคติสอนใจกันนะครับ เนื่องจากว่าเป็นประโยคที่ไม่ยาวมากนัก ถ้าสามารถท่องจำได้ ก็ดีใหญ่เลย ไปดูกันครับว่ามีอะไรกันบ้าง

  • “All that glitters is not gold.” William Shakespeare
    ทุกอย่างที่ส่องแสงประกายไม่ใช่ทองเสมอไป
  • “Ask not what your country can do for you; ask what you can do for your country.” John Kennedy
    อย่าถามว่าประเทศสามารถทำอะไรให้คุณได้ แต่จงถามตัวคุณว่าคุณสามารถทำอะไรให้ประเทศได้บ้าง
  • “Ask, and it shall be given you; seek, and you shall find.” Bible
    ให้ร้องขอแล้วเจ้าจะได้รับ ให้ค้นหาแล้วเจ้าจะพบเจอ
  • “I think therefore I am.”  Rene Descartes
    เพราะฉันคิด ฉันจึงมีตัวตน
  • “I have a dream that my four little children will one day live in a nation where they will not be judged by the color of their skin but by the content of their character.”Martin Luther King
    ผมมีความฝันว่า สักวันหนึ่งลูกเล็กๆของผมทั้งสี่คน จะได้อยู่ในประเทศที่พวกเขาไม่ถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ตัดสินจากนิสัยใจคอของพวกเขา

คำคมภาษาอังกฤษ ความรัก


คำคมภาษาอังกฤษความรัก

  • “Friends show their love in times of trouble, not in happiness.” Euripides
    มิตรย่อมแสดงความรักในยามทุกข์ ไม่ใช่ยามสุข
  • “There is only one happiness in this life, to love and be loved.” George Sand
    มีความสุขอยู่อย่างเดียวในชีวิตนี้ คือ การรัก และการได้รับความรัก
  • “Let us always meet each other with a smile, for the smile is the beginning of love.” Mother Teresa
    พวกเราพบพบกันด้วยรอยยิ้มดีไหม เพราะรอยยิ้มคือจุดเริ่มต้นของความรัก
  • “Rain or shine, I’ll be by your side.”
    เรน ออ ไชน ไอล บี บาย ยัว ไซด จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
  • “I will always be by your side.”
    ไอ วิล อ๊อลเวส บี บาย ยัว ไซด ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

คำคำภาษาอังกฤษ ชีวิต

คำคมภาษาอังกฤษชีวิต

  • “Only I can change my life. No one can do it for me.” Carol Burnett
    มีเพียงฉันเท่านั้นที่เปลี่ยนชีวิตของฉันได้ ไม่มีใครสามารถทำแทนฉันได้
  • “The journey of a thousand miles begins with one step.” Lao Tzu
    หนทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก
  • “Life isn’t about finding yourself. Life is about creating yourself.” George Bernard Shaw
    ชีวิตไม่ใช่การค้นหาตัวคุณเอง แต่ชีวิตคือการสร้างตัวตนของคุณเอง
  • “Be happy for this moment. This moment is your life.” Omar Khayyam
    จงมีความสุข ณ ยามนี้ เพราะยามนี้คือชีวิตของคุณ

blank

คำคมภาษาอังกฤษ ความสำเร็จ

  • “Some people dream of success, while other people get up every morning and make it happen”. Wayne Huizenga
    คนบางคนได้แต่ใฝ่ฝันถึงความสำเร็จ ในขณะที่คนอื่นๆ ตื่นแต่เช้าเพื่อทำให้มันเกิดขึ้นจริง

คำคมแรงบันดาลใจ

คำคมภาษาอังกฤษ แรงบันดาลใจ

  • “It does not matter how slowly you go as long as you do not stop.” Confucius
    มันไม่สำคัญเลยว่าคุณไปได้ช้าเพียงใด ตราบใดที่คุณไปโดยไม่หยุด
  • Success is no accident. It is hard work, perseverance, learning, studying, sacrifice and most of all, love of what you are doing or learning to do“. Pele
    ความสำเร็จไม่ใช่เหตุบังเอิญ มันเป็นการทำงานหนัก ความอดทน การเรียนรู้ การศึกษา การทุ่มเท และเหนือสิ่งอื่นใด การรักในสิ่งที่คุณกำลังทำ หรือกำลังเรียนรู้ที่จะทำ

blank

คำคมภาษาอังกฤษปรัชญา

“Discipline is the bridge between goals and accomplishment.” Jim Rohn
วินัยคือสะพานที่เชื่อมระหว่างเป้าหมายและความสำเร็จ

source: https://www.brainyquote.com/

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

คําคมภาษาอังกฤษสั้นๆ ความหมายดีๆ จากผู้นำโลกและผู้มีชื่อเสียงระดับโลก

คําคมภาษาอังกฤษสั้นๆ ความหมายดีๆ จากผู้นำโลกและผู้มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นคำพูดเพียงไม่กี่คำแต่ก็ให้ความหมายและแง่คิดดีๆมากมายเลย

blank

“Whatever the mind of man can conceive and believe, it can achieve.” — Napoleon Hill

อะไรก็ตามแต่ ที่จิตใจของมนุษย์สามารถรับรู้ได้ และมีความเชื่อมัน มันก็ย่อมจะเป็นไปได้ – โนโปเลียน ฮิล

“Face reality as it is, not as it was or as you wish it to be.” – Jack Welch

จงเผชิญกับความจริงที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่มันเคยเป็น หรืออย่างที่คุณอยากให้เป็น- แจ็ค เว็ลช

“Pennies do not come from heaven. They have to be earned here on earth.” – Margaret Thatcher

เงินไม่ได้ร่วงหล่นมาจากสวรรค์ เราต้องขวนขวายหามันบนโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่ -มาร์กาเรต แธตเชอร์

“He who has never learned to obey cannot be a good commander.” – Aristotle

ผู้ที่ไม่เคยเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังผู้อื่น ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี – อริสโตเติล

“I alone cannot change the world, but I can cast a stone across the water to create many ripples.” —Mother Teresa

เพียงฉันลำพังไม่อาจเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ แต่ฉันสามารถขว้างก้อนหินลงไปในน้ำเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลได้ – แม่ชีเทเรซา

“The value of a man should be seen in what he gives and not in what he is able to receive.” – Albert Einstein

คุณค่าของคนอยู่ที่ว่าเขาให้อะไร ไม่ใช่เขาได้รับอะไร – อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

“Knowledge is a treasure, but practice is the key to it.” – Thomas Fuller

ความรู้คือคลังสมบัติ แต่การฝึกฝนคือประตู่สู่คลังสมบัติ

“The art of leadership is saying no, not saying yes. It is very easy to say yes.” – Tony Blair

ศิลปะของการเป็นผู้นำคือตอบว่า No ไม่ใช่ตอบว่า Yes เพราะมันเป็นสิ่งที่ง่ายมากที่จะพูดว่า Yes – โทนี่ แบลร์


Source:

http://lifehack.org/296512/40-inspirational-quotes-from-the-best-world-leaders

https://www.entrepreneur.com/article/244674

http://famousquotes.mainkap.com/great-quotes-from-great-leaders

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

บาทหลวงพูดอย่างไร เจ้าบ่าวและเจ้าสาวให้คำมั่นอย่างไรในงานแต่ง

เคยดูหนังฝรั่งแล้วเห็นพิธีกรรมแต่งงานในรูปแบบตะวันตก ฟังเป็นไทยก็รู้เรื่องอยู่หรอกเพราะพากย์ไทย แต่อยากรู้ว่าบาทหลวงหรือเจ้าบ่าวเจ้าสาวพูดว่าอย่างไรเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยค้นๆในอินเตอร์เน็ต เห็นเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์ก็เลยนำมาฝากกันครับ

blank

Wedding Vows

แบบที่หนึ่งเป็นแบบมาตรฐาน บาทหลวงเป็นคนบอกให้บ่าวสาวให้คำมั่นสัญญาต่อกัน

Priest : Since it is your intention to enter into marriage, join your right hands, and declare your consent before God and his Church.

บาทหลวง : เป็นเพราะเป็นความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงาน ให้ประสานมือขวา และประกาศความยินยอมของพวกเธอต่อหน้าพระองค์ และศาสนิกชนของพระองค์

Groom: I, John, take you, Jenny, to be my wife. I promise to be true to you in good times and in bad, in sickness and in health. I will love you and honor you all the days of my life.

เจ้าบ่าว : ผม จอห์น ขอรับคุณ เจนนี่ เป็นภรรยาของผม ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและ ยามยาก ในยามไข้และสบายดี ผมจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของผม

Bride: I, Jenny, take you, John, to be my husband. I promise to be true to you in good times and in bad, in sickness and in health. I will love you and honor you all the days of my life.

เจ้าสาว : ดิฉัน เจนนี่ ขอรับคุณ จอห์น เป็นสามีของดิฉัน ดิฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี ดิฉันจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของดิฉัน

แบบที่สองเป็นแบบฉบับสำหรับให้ง่ายต่อบ่าวสาว ไม่ต้องท่องบท ตอบสั้นๆเป็นพอ


Priest: John, do you take Jenny to be your wife? Do you promise to be true to her in good times and in bad, in sickness and in health, to love her and honor her all the days of your life?

บาทหลวง : จอห์น คุณจะรับเจนนี่เป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่

Groom: I do.

เจ้าบ่าว : ครับ

Priest: (Name), do you take (name) to be your husband? Do you promise to be true to him in good times and in bad, in sickness and in health, to love him and honor him all the days of your life?

บาทหลวง : เจนนี่ คุณจะรับจอห์นเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเขาและให้เกียติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่

Bride: I do.

เจ้าสาว : ค่ะ

อ้างอิง
http://www.catholicweddinghelp.com/topics/catholic-wedding-vows.htm (ภาคภาษาอังกฤษ)
http://en.wikipedia.org/wiki/Wedding (ภาพประกอบ)

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

ชื่อย่อองค์กรที่สำคัญ ภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล

ชื่อย่อองค์กรที่สำคัญๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษนั้น ส่วนใหญ่จะอ่านเป็นอีกคำหนึ่งเลย ต่างจากไทยที่่อ่านคำย่อทีละตัว เช่น

กทม. อ่านว่า กอ ทอ มอ ไม่ใช่ กะทม ต่างจากคำย่อภาษาอังกฤษที่มีหลายคำสามารถอ่านเป็นคำใหม่ได้เลย มาดูกันเลยดีกว่าครับผม

blank

 ชื่อย่อองค์กรที่ควรรู้จัก

EU อ่านว่า อียู
European Union
ยัวระเพี๊ยน ยู๊เนียน
สหภาพยุโรป

IMF อ่านว่า ไอ เอ็ม เอฟ
International Monetary Fund
อินเทอะแน๊เชินเนิล มั๊นนิทริ ฟันด
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ

NATO อ่านว่า เน๊โท (คนไทยอ่านว่า นาโต้)
North Atlantic Treaty Organization
นอธ แอ็ทแล๊นทิค ทรี๊ททิ ออเกอะไนเซ๊เชิน
องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ

UN อ่านว่า ยู เอ็น
United Nations
ยูไน๊เท็ด เน๊เชินส
องค์การสหประชาชาติ

UNESCO อ่านว่า ยู๊เนสโก (คนไทยอ่าน ยูเนสโก)
United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization
ยูไน๊เท็ด เน๊เชินส เอ็ดดุเค๊เชินเนิล ไซเยินทิ๊ฟิค แอนด คั๊ลเชอะเริล ออเกอะไนเซ๊เชิน
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ

UNICEF อ่านว่า ยู๊นิเซฟ (คนไทยอ่าน ยูนิเซฟ)
United Nations Children’s Fund
ยูไน๊เท็ด เน๊เชินส ชิ๊ลเดรินส ฟันด
กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ

WHO อ่านว่า ดับเบิลยู เอช โอ (คนไทยอ่านว่า ดับบลิว เอช โอ)
World Health Organization
เวิลด เฮ็ลธ ออเกอะไนเซ๊เชิน
องค์การอนามัยโลก


WTO อ่านว่า ดับเบิลยู ที โอ (คนไทยอ่านว่า ดับบลิว ที โอ)
World Trade Organization
เวิลด เทรด ออเกอะไนเซ๊เชิน
องค์การการค้าโลก

WWF อ่านว่า ดับเบิลยู ดับเบิลยู เอ็ฟ (คนไทยอ่าน ดับบลิว ดับบลิว เอฟ)
World Wildlife Fund
เวิลด ไวดไลฟ ฟันด
องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

มาดูนักศึกษาลาวเรียนภาษาอังกฤษกันครับ

มาดูนักศึกษาลาวเรียนภาษาอังกฤษกันครับ สังเกตดูทรงผมนะครับ เป็นทรงที่นักเรียนเรียกร้องสิทธิเสรีภาพส่วนตัว และได้ผลแล้วด้วย ซึ่งอ้างว่าแถวอาเซียนไม่บังคับผมกะลาครอบกันแล้ว ว่าแต่อย่าสนใจทรงผมเลยครับ มาดูเขาพูดภาษาอังกฤษดีกว่า

ดูแล้วสำเนียงก็ใกล้เคียงกับเราครับ ไม่ต่างกันเท่าไหร่


blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

แปลภาษาอังกฤษเป็นไทย ทัังประโยค ระหว่างคนกับโปรแกรมผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

การแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย ไม่ว่าจะแปลเป็นคำๆ หรือแปลทั้งประโยคที่มันยาวๆ ก็ตาม ระหว่างใช้เครื่องทุ่นแรง นั่นก็คือโปรแกรมแปลภาษา กับใช้คนแปล ผลลัพธ์ที่ได้ จะเป็นอย่างไรกัน

การแปลภาษาระหว่างโปรแกรมกับคนอันไหนจะดีกว่ากัน

แปลอังกฤษไทยทั้งประโยค

การแปลภาษา ก็คือการถอดรหัสทางภาษานั่นเอง กล่าวคือ ภาษาหนึ่งเขาพูดกันอย่างนี้ อีกภาษาหนึ่ง หรือภาษาอื่นๆ เขาพูดกันอย่างไร เดี๋ยวเราจะมาลองใช้คนแปล กับโปรแกรมแปลดูกันนะครับ ว่าผลที่ได้นั้นน่าพึงพอใจหรือเปล่า

โปรแกรมที่จะมานำเสนอ ณ ที่นี้ เป็นโปรแกรมฟรีของบริษัทโด่งดังระดับโลกนะครับ นั่นก็คือ โปรแกรมแปลภาษาของ Google ครับ ชื่อว่า translate.google.com

ตอนนั้นรู้สึกน้อยใจนิดหน่อย ตอนที่ Google เริ่มปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เนื่องจากว่า Google ปล่อยเวอร์ชั่นแปลภาษาเวียดนาม ก่อนไทยเสียอีก แต่ไม่เป็นไร มาช้าดีกว่าไม่มาครับ

  • แปลเป็นคำๆ

ด่านที่หนึ่งขอแปลเป็นคำนะครับ ว่าผลที่ได้จะต่างกันมากน้อยแค่ไหน

Google แปล

teacher >> ครู

doctor >> คุณหมอ

cat >> แมว


car >> รถ

คน แปล

teacher >> ครู

doctor >> หมอ, แพทย์

cat >> แมว

car >> รถ, รถยนต์

สรุปผลคือ เสมอกันครับ แสดงว่าถ้าแปลเป็นคำๆแล้ว โปรแกรมแปลได้ดีไม่แพ้คนเลยครับ

  • แปลวลี

ด่านที่สอง เป็นการประลองการแปลวลี หรือกลุ่มคำนั่นเองครับ

Google แปล

a smart teacher >> ครูสมาทร์ (ไม่ผ่าน)

a fat doctor >> แพทย์ไขมัน (ไม่ผ่าน)

a big cat >> แมวใหญ่ (ผ่าน)

a fast car >> รถอย่างรวดเร็ว (ไม่ผ่าน)

คน แปล

a smart teacher >> ครูหล่อ, ครูฉลาด

a fat doctor >> แพทย์อ้วน

a big cat >> แมวใหญ่

a fast car >> รถที่วิ่งเร็ว

สรุปผลคือ โปรแกรมเริ่มแปลไม่รู้เรื่องแล้วครับ เพราะโปรแกรมยังคิดไม่ออกว่าจะประมวลผลว่าอย่างไรดี ทำได้ก็เพียงแค่จับคำมาปะติดปะต่อกัน จึงทำให้ความหมายเริ่มเพี้ยนไปแล้ว

  • แปลประโยคยาวๆ

Google แปล

a smart teacher goes to school early >> ครูสมาร์ทไปโรงเรียนในช่วงต้น (ไม่ผ่าน แปลอะไรมาให้เนี่ย)

a fat doctor is waiting for his wife >> ไขมันแพทย์กำลังรอให้ภรรยาของเขา (ไม่ผ่าน ไม่เข้าใจอ่ะ)

a big cat likes to eat bananas>> แมวใหญ่ชอบกินกล้วย (ผ่าน)

a fast car is crossing the bridge >> รถอย่างรวดเร็วข้ามสะพาน (ไม่ผ่าน)

คน แปล

a smart teacher goes to school early >> ครูสุดหล่อไปโรงเรียนแต่เช้า

a fat doctor is waiting for his wife >> แพทย์อ้วนกำลังรอภรรยาของเขา (ตัวอ้วนครับ ไม่ใช่ชื่ออ้วน)

a big cat likes to eat bananas>> แมวตัวใหญ่ชอบกินกล้วย

a fast car is crossing the bridge >> รถที่วิ่งเร็วกำลังวิ่งข้ามสะพาน

เป็นอย่างไรบ้างครับ ผลที่ออกมา จะสังเกตได้ว่า โปรแกรมแปลภาษาของ Google ต้องพัฒนาอีกเยอะเลย ส่วนหนึ่งก็ต้องใช้คนนั่นแหละครับในการช่วยแก้ไขประโยคที่มันผิดเพียนไป อยากจะรู้ว่าโปรแกรมแปลได้ดีแค่ไหน ก็ลองคัดลอกประโยคภาษาอังกฤษยาวๆ แล้วให้โปรแกรมแปลดูนะครับ รับรองว่ามีเรื่องให้ขำๆกันเยอะทีเดียว
เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า การแปลภาษานั้น ต้องใช้คนแหละครับเป็นผู้แปล มันจึงจะออกมาเป็นภาษาคน ถ้าใช้โปรแกรมแปลแล้วละก็ มันก็จะออกมาเป็นภาษาโปรแกรม ซึ่งคนอ่านไม่รู้เรื่อง

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

พูดอังกฤษให้เหมือนฝรั่ง ตอน Linking Sound การเชื่อมเสียง

เราๆท่านหลายคนฟังฝรั่งไม่ค่อยออก ทั้งๆที่เป็นคำศัพท์ที่เรารู้ดีอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเราไม่รู้ว่าเวลาพูดจะมีการเชื่อมเสียงแล้วเรียบร้อย เลยดูเหมือนเป็นคำใหม่ไปเลย ปัญหานี้จริงๆเกิดจากทักษะการฟังยังน้อยนั่นเอง  วิธีแก้ไขคือ เข้ายูทูปแล้วหาวีดีโอที่มีภาษาอังกฤษเป็นซับไตเติล จะช่วยได้ดีทีเดียว

Linking Sound การเชื่อมเสียง

linking sound การเชื่อมเสียง

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่าการเชื่อมเสียงเป็นอย่างไร การเชื่อมเสียงคือการเชื่อมคำเข้าด้วยกันเพื่อให้ประโยคลื่นไหลนั่นเอง ภาษาไทยก็มีการเชื่อมเสียงเหมือนกันนะครับ ใช้หลักการเดียวกันเลย แต่คนไทยไม่ได้เชื่อมเสียทุกคำ มาดูตัวอย่างแบบไทยๆก่อน

“คุณ กำลัง ทำ อะไร”

จากตัวอย่างด้านบนนี้คือ ประโยคที่ใช้เขียนที่ถูกต้อง แต่เวลาพูดเราจะเชื่อมเสียงเป็น

“คุณกำลังทำมะไร”

นึ่แหละครับคือการเชื่อมเสียง เพื่อให้ประโยคลื่นไหลนั่นเอง แต่ภาษาไทยไม่ได้เชื่อมไปเสียหมดนะครับ สังเกตเอาเองแล้วกัน เพราะเป็นภาษาเราอยู่แล้ว แต่ฝรั่งเขาเชื่อมจริงๆเลยครับ จะบอกให้

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าจะรู้จักดีคือ  Come on! อ่านว่า คัม ออน แต่ทำไมฝรั่งพูดว่า คัมมอน ถ้าอยากรู้ศึกษาด้านล่างก็จะถึงบางอ้อเองครับ รับรอง

การเชื่อมเสียงทำอย่างไร

การเชื่อมเสียงมีกฎเกณฑ์ 4 ข้อครับ

ตั้งใจอ่านให้ดีนะครับ เพราะนี่เป็นเคล็ดลับสุดยอดของการพูดให้เหมือนเจ้าของภาษา


1. ให้ทำการเชื่อมต่อการพูด 1 ครั้ง

2. ให้ตัด อ อ่าง ที่เป็นพยัญชนะต้นออก แล้วเอาตัวสะกดข้างหน้ามาใส่แทน ยกเว้น  อ อ่างขึ้นต้นประโยคไม่ต้องตัดนะ

3. ถ้าตัว T เป็นตัวสะกด จะเปลี่ยนจาก ท ทหาร เป็น ด เด็ก (ฉบับอเมริกัน)

4. คำที่ลงท้ายด้วย st  ถ้าคำนั้นๆ อยู่ท้ายประโยคให้ออกเสียง สึทึ ถ้าอยู่กลางๆประโยคให้คงเหลือแค่ สึ ส่วน ทึ ตัดทิ้งไป ยกเว้นคำที่ตามหลังเป็นคำที่ขึ้นต้นด้วย อ อ่าง ห้ามตัดให้คงไว้ เพราะเขาจะยืมเอาไปใช้ตามกฎข้อ 2 (คำลงท้ายด้วย st เอาไว้คุยทีหลัง เรื่องมันยาว เบื้องต้นจำแค่นี้ก่อน)

หมดหรือยัง ยังไม่หมดหรอก นี่คือจุดเริ่มตั้นเท่านั้นครับ เอาจุดใหญ่ให้ได้ก่อน จุดเล็กๆเรื่องการออกเสียงเป็นคำๆ ค่อยว่ากันทีหลัง

  • การพูด 1 ครั้ง คือ เราอยุดพูดเพื่อหายใจตอนไหนให้ถือว่านั่นและ 1 ครั้ง เช่น

 I like a cat  and I like a bird.
อาย ไลค อะ แค็ท แอนด อาย ไลค อะ เบิด
(อยุดหายใจ) ถือว่าพูด 1 ครั้ง ให้ทำการเชื่อม 1 ครั้ง

 I like a cat (หยุดหายใจ)
 and I like a bird. (หยุดหายใจ) ถือว่าพูด 2 ครั้ง ต้องเชื่อม 2 ครั้งแยกกัน  แม้ 1 ประโยคก็ตาม ดูตัวอย่างด้านล่าง

  • ให้ตัด อ อ่าง ที่เป็นพยัญชนะต้นออก แล้วเอาตัวสะกดข้างหน้ามาใส่แทน ยกเว้น  อ อ่างเป็นคำแรกต่อการพูด 1 ครั้ง

I like a cat  and I like a bird.
อาย ไลค – ะ แค็ท แ-นด  -าย ไลค  -ะ เบิด

I like a cat
อาย ไลค – ะ แค็ท
and I like a bird.
แอนด  -าย ไลค  -ะ  เบิด

ตัด อ อ่างออกแล้ว ก็เอาตัวสะกดข้างหน้ามาใส่ก็จะได้เป็น

I like a cat  and I like a bird.
อาย ไลค คะ แค็ท แทน ดาย   ไลค  คะ เบิด

I like a cat
อาย ไลค คะ แค็ท
and I like a  bird.
แอน  ดาย ไลค  คะ เบิด

  • ถ้าตัว T เป็นตัวสะกด จะเปลี่ยนจาก ท ทหาร เป็น ด เด็ก (ฉบับอเมริกัน)

I like a cat  and I like a bird.
อาย ไลค คะ แค็ท แทน ดาย   ไลค  คะ เบิด
อาย ไลค คะ แค็ท แดน ดาย   ไลค  คะ เบิด   (แบบอเมริกัน)

  • คำที่ลงท้ายด้วย st  ถ้าคำนั้นๆ อยู่ท้ายประโยคให้ออกเสียง สึทึ ถ้าอยู่กลางๆประโยคให้คงเหลือแค่ สึ ส่วน ทึ ตัดทิ้งไป

A dog comes first.
อะ ดอก คัมส เฟิสท   อยู่ท้ายประโยค ต้องออกเสียง สึทึ

The first dog is black.
เดอะ เฟิส ดอก กิส แบล็ค  อยู่กลางประโยค คงเหลือแค่ สี

ถามว่าถ้าอยู่กลางประโยคทำไมต้องตัดออก อันนี้ขอตอบว่าเพื่อให้ออกเสียงได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด ไม่เชื่อลองดูตัวอย่างเพิ่มเติม ก็ได้ แล้วออกเลียงแบบเร็วๆ เปรียบเทียบกัน เช่น

first choice  อ่านว่า เฟิส ช้อยส  กับ เฟิสท ช้อยส

most nights อ่านว่า โมส ไนทส กับ โมสท ไนทส

past year อ่านว่า พาส เยีย กับ พาสท เยีย

best car อ่านว่า เบส คา กับ เบสท คา

มาดูของจริงดีกว่า


ชื่อเพลง Some Nights ของวง Fun เอามาร้องใหม่

ลองร้องตามท่อนที่เชื่อมแล้วด้านล่างดูสิ แล้วจะรู้ว่าร้องลื่นไหลเหมือนฝรั่งเลย จาก : 0:00-0:40 วินาที

ซัม ไนท สาย สเต ยัพ
แคช ชิง งิน มาย แบด ลัค
ซัม ไนท สาย คอล ลิท ดะ ดรอ
ซัม ไนท  สาย วิช แด็ท มาย ลิพส คุด บิล ดะ แค๊เซิล
ซัม ไนท  สาย วิช เดด จัส ฟอล ลอฟ
บัท ดาย สติล เวค คัพ
อาย สติล ซี ยัว โกส  โท ลอด ดาม สติล น็อท ชัว
ว็อท ดาย สแตนด ฟอ

ว็อท ดู วาย สแตนด ฟอ ว็อท ดู วาย สแตนด ฟอ โมส ไนท สายด้น โน

เอ็นนิมอ

จากท่อนเพลงนี้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวมา ยกเว้น st อยู่ท้ายประโยค เกือบได้ Ghost แล้ว แต่นักร้องไม่หยุดหายใจตรงนั้น

พร้อมแล้วมาดูการเชื่อมเลยครับ  ตัวดำหนาคือตัวที่เข้าเกณฑ์นะครับ

Some nights I stay up
ซัม ไนทส อาย สเต อัพ
ซัม ไนท สาย สเต ยัพ

cashing in my bad luck
แคช ชิง อิน มาย แบด ลัค
แคช ชิง งิน มาย แบด ลัค

Some nights I call it a draw
ซัม ไนทส อาย คอล อิท อะ ดรอ
ซัม ไนท สาย คอล ลิท ดะ ดรอ  (แบบอเมริกัน เปลี่ยนตัวสะกด ท เป็น ด)

Some nights I wish that my lips could build a castle
ซัม ไนทส อาย วิช แด็ท มาย ลิพส คุด บิลด อะ แค๊เซิล
ซัม ไนท  สาย วิช แด็ท มาย ลิพส คุด บิล ดะ แค๊เซิล

Some nights I wish they’d just fall off
ซัม ไนทส อาย วิช เดด จัสท ฟอล ออฟ
ซัม ไนท  สาย วิช เดด จัส ฟอล ลอฟ   ( คำลงท้ายด้วย st อยู่กลางประโยค คงไว้แค่ สึ พอแล้ว)

But I still wake up,
บัท อาย สติล เวค อัพ
บัท ดาย สติล เวค คัพ

I still see your ghost Oh, Lord, I’m still not sure
อาย สติล ซี ยัว โกสท โอ ลอด อาม สติล น็อท ชัว
อาย สติล ซี ยัว โกส  โท ลอด ดาม สติล น็อท ชัว  (น่าจะอ่านว่า โกสท แล้วเชียว แต่นักร้องไม่ได้อยุดตรงนี้)

what I stand for
ว็อท อาย สแตนด ฟอ
ว็อท ดาย สแตนด ฟอ

oh
โอ

What do I stand for? What do I stand for? Most nights I don’t know
ว็อท ดู อาย สแตนด ฟอ ว็อท ดู อาย สแตนด ฟอ โมสท ไนทส อาย ด้น โน
ว็อท ดู วาย สแตนด ฟอ ว็อท ดู วาย สแตนด ฟอ โมส ไนท สาย ด้น โน

anymore…
เอ็นนิมอ

หลักการดึงตัวสะกดมาใส่แทน อ อ่าง คือ

  1. มีตัวสะกดตัวเดียวให้ก๊อปปี๊มา
  2. มีตัวสะกดสองตัวให้ตัดตัวหลังมา

เช่น  เวค อัพ >> เวค คัพ / ไนทส อาย >> ไนท สาย

สระต่อไปนี้มีอะไรเป็นตัวสะกด

อา >> อาร

เอ >> เอย

อี >> อีย

ไอ >> อาย

โอ >> โอว

อู >> อูว

อำ >> อัม

หลักการคร่าวๆ มีแค่นี้แหละ ต่อไปก็เป็นภาคปฏิบัติ ให้ไปฝึกเอาเอง บอกได้แต่ไม่ทำมันก็ไม่มีผลอะไร ต้องลงมือทำจึงจะเห็นผล วิธีการฝึกคือหาเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษที่เราพออ่านได้ แล้วหัดอ่านแบบเชื่อมคำเข้าด้วยกัน อย่าอ่านทีละคำ เพราะนั่นเป็นการอ่านแบบอนุบาล  รับรองพออ่านลื่นไหลแล้วจะสนุกกับการอ่านออกเสียงไปเลย

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

ชื่อฝรั่ง ผู้หญิง และผู้ชายเท่ๆ 100 อันดับยอดนิยมมีอะไรบ้าง ไปดูพร้อมกัน ณ บัดนาว

ชื่อฝรั่ง ทั้งชายหญิง ที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดมีอะไรกันบ้าง เราจะมาดูไปพร้อมๆกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชื่อภาษาอังกฤษ หรือชื่อภาษาไทย ย่อมมีชื่อยอดนิยมคล้ายๆกัน สังเกตได้ว่าชื่อที่เป็นที่นิยมส่วนใหญ่ ไม่ว่าชื่อฝรั่งหรือไทย จะเป็นชื่อที่ตั้งตามดารา

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ

โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่คลั่งดารา หรือนักกีฬา หรือคนที่มีชื่อเสียงคนใดเป็นพิเศษก็มีแนวโน้มว่าจะตั้งชื่อตามกันหลายคนทีเดียว

ชื่อฝรั่งเองก็มีชื่อยอดนิยมเหมือนกัน สาเหตุของชื่ออันเป็นที่นิยมก็คงไม่ต่างกัน ใครอยากตั้งชื่อลูกเป็นภาษาอังกฤษก็ลองเลือกดูสักชื่อก็ได้นะครับ

เป็นที่สังเกตว่าคนไทยในยุคใหม่นิยมตั้งชื่อเล่นเป็นชื่อออกไปทางฝรั่งเยอะเลย โดยเฉพาะเหล่าดาราหน้าหวานๆทั้งหลายเป็นตัวอย่างให้เห็นถมไป ทั้งนี้เพื่อให้ดูเก๋ไก๋ให้บรรดาแฟนๆเรียกกันเท่ๆก็เป็นได้ มาดูสิว่าชื่อยอดฮิตของฝรั่งมีอะไรบ้าง

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ 100 อันดับแรกสำหรับผู้หญิง

1. Sophia 35. Nevaeh 69. Autumn
2. Isabella 36. Kaylee 70. Jocelyn
3. Emma 37. Alyssa 71. Faith
4. Olivia 38. Anna 72. Lucy
5. Ava 39. Sarah 73. Stella
6. Emily 40. Allison 74. Jasmine
7. Abigail 41. Savannah 75. Morgan
8. Madison 42. Ashley 76. Alexandra
9. Mia 43. Audrey 77. Trinity
10. Chloe 44. Taylor 78. Molly
11. Elizabeth 45. Brianna 79. Madelyn
12. Ella 46. Aaliyah 80. Scarlett
13. Addison 47. Riley 81. Andrea
14. Natalie 48. Camila 82. Genesis
15. Lily 49. Khloe 83. Eva
16. Grace 50. Claire 84. Ariana
17. Samantha 51. Sophie 85. Madeline
18. Avery 52. Arianna 86. Brooke
19. Sofia 53. Peyton 87. Caroline
20. Aubrey 54. Harper 88. Bailey
21. Brooklyn 55. Alexa 89. Melanie
22. Lillian 56. Makayla 90. Kennedy
23. Victoria 57. Julia 91. Destiny
24. Evelyn 58. Kylie 92. Maria
25. Hannah 59. Kayla 93. Naomi
26. Alexis 60. Bella 94. London
27. Charlotte 61. Katherine 95. Payton
28. Zoey 62. Lauren 96. Lydia
29. Leah 63. Gianna 97. Ellie
30. Amelia 64. Maya 98. Mariah
31. Zoe 65. Sydney 99. Aubree
32. Hailey 66. Serenity 100. Kaitlyn
33. Layla 67. Kimberly
34. Gabriella 68. Mackenzie

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ 100 อันดับแรกสำหรับผู้ชาย

1. Jacob 35. Isaac 69. Chase
2. Mason 36. Gavin 70. Ayden
3. William 37. Brayden 71. Jason
4. Jayden 38. Tyler 72. Ian
5. Noah 39. Luke 73. Blake
6. Michael 40. Evan 74. Colton
7. Ethan 41. Carter 75. Bentley
8. Alexander 42. Nicholas 76. Dominic
9. Aiden 43. Isaiah 77. Xavier
10. Daniel 44. Owen 78. Oliver
11. Anthony 45. Jack 79. Parker
12. Matthew 46. Jordan 80. Josiah
13. Elijah 47. Brandon 81. Adam
14. Joshua 48. Wyatt 82. Cooper
15. Liam 49. Julian 83. Brody
16. Andrew 50. Aaron 84. Nathaniel
17. James 51. Jeremiah 85. Carson
18. David 52. Angel 86. Jaxon
19. Benjamin 53. Cameron 87. Tristan
20. Logan 54. Connor 88. Luis
21. Christopher 55. Hunter 89. Juan
22. Joseph 56. Adrian 90. Hayden
23. Jackson 57. Henry 91. Carlos
24. Gabriel 58. Eli 92. Jesus
25. Ryan 59. Justin 93. Nolan
26. Samuel 60. Austin 94. Cole
27. John 61. Robert 95. Alex
28. Nathan 62. Charles 96. Max
29. Lucas 63. Thomas 97. Grayson
30. Christian 64. Zachary 98. Bryson
31. Jonathan 65. Jose 99. Diego
32. Caleb 66. Levi 100. Jaden
33. Dylan 67. Kevin
34. Landon 68. Sebastian

ที่มา : http://baby-names.familyeducation.com/popular-names/girls/


blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ
Categories
สาระน่ารู้

วันวาเลนไทน์ ภาษาอังกฤษ – ประวัติวันวาเลนไทน์ ภาษาอังกฤษย่อๆ แปลไทย

วาเลนไทน์ ภาษาอังกฤษ
ประวัติวันวาเลนไทน์ ภาคภาษาอังกฤษแปลเป็นไทยให้แล้วครับ จะได้รู้ถึงที่มาของวันวาเลนไทน์ว่าจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร เพราะหลายคนรู้แค่ว่าวันวาเลนไทน์คือวันแห่งความรัก แต่พอถามความเป็นมาก็ตอบหน้าตาเฉยว่าไม่รู้ ไม่รู้ก็ลองอ่านประวัติคร่าวๆดูแล้วกัน

วันวาเลนไทน์ ภาษาอังกฤษย่อๆ

The first legend, and perhaps the best known, began in Rome, when the Emperor, Claudius II, was involved in many bloody and unpopular campaigns. “Claudius the Cruel” as he was called, was having a difficult time getting soldiers to join his military leagues.

ตำนานแรก และบางทีก็เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ได้เกิดขึ้นที่กรุงโรม เมื่อจักรพรรดิ คลาวดิอุสที่สอง ซึ่งเป็นบุคคลที่ชอบใช้นโยบายการนองเลือดประหัตประหารกัน อันไม่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป และเขาเรียกตัวเขาเองว่า “คลาวดิอุสผู้โหดร้าย” ในตอนนี้การเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพเป็นสิ่งที่ลำบากยากเย็นมาก

He believed that the reason was that Roman men did not want to leave their loves or families. So, he cancelled all marriages and engagements in Rome!

เขาเชื่อว่าเป็นเพราะเหตุหนุ่มชาวโรมไม่อยากจากคนรักและครอบครัวนั่นเอง ดังนั้นเขาก็เลยยกเลิกพิธีแต่งงานและการหมั้นหมายในกรุงโรม

The good Saint Valentine, who was a priest in Rome, in the year 269 A.D., together with his friend Saint Marius, defied Claudius and continued to perform marriages for young lovers in secret.

นักบุญผู้ใจดีชื่อ วาเลนไทน์ ซึ่งเป็นบาทหลวงในกรุงโรม ในปี 269 พร้อมกับเพื่อนชื่อ นักบุญมาริอุส ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของจักรพรรดิคลาวดิอุส และยังคงประกอบพิธีการแต่งงานอย่างลับๆ

When Valentine’s actions were discovered, he was sentenced to be beaten to death with clubs and to have his head cut off.

เมื่อการประกอบพิธีกรรมของบาทหลวงวาเลนไทน์ถูกจับได้ ท่านก็ถูกลงโทษด้วยการตีจากไม้กระบองจนเสียชีวิต และถูกตัดศีรษะด้วย

But while in prison, it is believed that Valentine fell in love with a young girl, who may have been his jailor’s daughter, who visited him during his confinement. Before his death on the 14th day of February, it is alleged that he wrote her a letter, which he signed
” From your Valentine”
In 496 A.D., Pope Gelasius set aside February 14 to honor St. Valentine.


แต่ในขณะที่บาทหลวงอยู่ในคุก เชื่อกันว่า บาทหลงหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นลูกสาวผู้คุมเรือนจำ ซึ่งได้เข้ามาเยี่ยมบาทหลวงตอนที่ท่านถูกกักขังในคุก ก่อนวันที่ท่านจะเสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เชื่อกันว่า ท่านได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งลงลายมือชื่อว่า

” จากวาเลนไทน์”

ในปี 496 พระสันตะปาปา เกลาซิอุส กำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันรำลึกถึง บาทหลวงวาเลนไทน์

จากประวัติด้านบนสรุปแล้ว วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่เรายึดมั่นกันว่าเป็นวันแห่งความรักนั้น ที่แท้ก็คือวันมรณะภาพของบาทหลวงวาเลนไทน์นั่นเอง

อ้างอิง : http://www.morristown.com/ValentinesDay/ValentinesDay.html (เนื้อหาภาษาอังกฤษ)

blank บทเรียนที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

blank บทเรียนแนะนำ
blank หมวดคำศัพท์
blank หมวดหลักไวยากรณ์
  • สรุป Tense 12 ละเอียดเข้าใจง่าย
  • Past Simple Tense บอกเล่าเรื่องในอดีต แต่ระวังการใช้คำกริยาให้ดี
blank หมวดจิปาถะ